Title

body
 
Totoe :: My Profile (4032 views)

What is Totoe doing now?

เรื่องที่ผมเขียนในไฮไฟว์ ผมจดลิขสิทธิ์ เเล้วนะครับ คำเตือน เข้า มาอ่าน ได้เเต่ห้ามนำข้อความไปพิมพ์จำหน่าย โดยเด็ดขาด
today  ·  Reply »
http://suwatsin.hi5.com - Send it to your friends

Age

27

Birthday

August 2

Location

doha, Qatar

About Me

คนที่มาจากดิน
ความโชคดี ต่างๆที่เกิดขึ้นกับผมในวันนี้ ผมขอยกความดีนี้ให้กับ พระเจ้าสององค์ ที่ผมบูชามากที่สุดในชีวิต พระเจ้าที่ผมเคารพ และบูชา คือ พ่อกับแม่ผม ท่านให้ชีวิตกับผม ท่านสั่งสอนผมให้เป็นคนดี เลี้ยงดูผมเป็นอย่างดี บนความอยากจน แต่มันก็ยังมีรอยยิ้ม กำลังใจ ความรักความอบอุ่นที่คนในครอบครัวเรามีให้กัน
ถึงแม้ตอนเด็กๆ ครอบครัวของผมค่อนข้างยากจน เริ่มจาก คุณแม่เขาแต่งงานกับคุณพ่อ แล้วเริ่มจากศูนย์ แต่นั่นก็ไม่ได้ หมายความว่าผมไม่ได้ รัก ครอบครัวผม ตั้งแต่ เกิดมา พ่อแม่รักผมมาก ไม่มี ใครเลยที่เป็นคน ดูแล เอาใจใส่ผม มากมาย ขนาดนี้ ตอนเด็กๆ แม่คอย ป้อนข้าวป้อนน้ำ เวลาไม่สบายแม่ พ่อ คอยดูแล เวลานอน อากาศร้อนพ่อผม จะลุกขึ้นมาแล้วใช้ ผ้าขาวม้า พัดวีให้ คลายร้อนเพราะสมัยเด็กๆ ที่บ้านไม่มี ไฟฟ้าใช้ เราต้องจุดตะเกียง จุดขี้ไต้ เวลาผมคัดจมูก พ่อผมใช้ปากดูดน้ำมูกจาก จมูกผม โดยไม่ได้ รังเกียจเลยแม้แต่น้อย ในชีวิตนี้ นอกจากบุพการีของผมแล้วไม่มีใคร หรือไม่มี พระเจ้าองค์ใดที่มีเมตตากับผมขนาดนี้เลย ท่านให้ทั้งชีวิต ทั้งการดูแลเอาใจใส่ เป็นทั้งครู ถึงแม้พระเจ้าสององค์นี้ไม่ได้ ร่ำรวยเหมือนพระเจ้าองค์อื่นๆ ไม่สามารถเสกทรัพย์สินเงินทองได้ แต่ชีวิต ของผมในวัยเด็กเป็นชีวิตที่มีความสุขมาก .. ครอบครัวเราได้ อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา
ครอบครัวของคนอีสาน แถวๆบ้านนอก ส่วนมากมีอาชีพทำนา โชคชะตาของพวกเราถูกกุมด้วยสภาพดินฟ้าอากาศ ซึ่งนั่นหมายความว่า อาชีพของพวกเรา มีงานทำเฉพาะหน้าฝน เพราะถ้าหน้าแล้งมาเยือน เราไม่สามารถทำงาน เพราะปลูกได้เลย ชีวิตคนอีสานทุกคนที่เกิดและ อาศัยอยู่ในเขตที่ราบสูง ทุคน จึงต้องเป็นคนสู้ชีวิต หนักเอาเบาสู้ เราทำทุกอย่าง เราทานทุกอย่าง ที่หาได้ ใน ท้องถิ่นของเรา มันก็ไม่แปลกที่คนในเมืองหลวง จะดูแคลน คนที่ราบสูง อย่างเรา ว่าบ้านนอก แต่ มันก็ไม่ได้ ทำให้ผม รู้สึกด้อยค่าลงไปเลย แต่กลับทำให้ผมมีกำลังใจสู้ เพื่อให้ประสบความสำเร็จเพื่อให้เดิน ไปถึงจุดหมาย ที่อยากจะเป็น ด้วยความที่สมัยเด็ก ผมต้องทำงานช่วยที่บ้าน หนังสือหนังหา ก็ ไม่ค่อยได้ จับต้อง ห่างไกลความเจริญ ตัดไม้เผาถ่าน เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย ตามประสาเด็กบ้านนอก สมัยผมเรียน ผมไม่ใช่คนเรียนเก่ง เป็นคน ซื่อๆ ตรงไปตรงมา จนบางครั้ง โดนเอารัดเอาเปรียบ แต่ผมก็ไม่เคยเดินออกนอกลู่นอกทาง พ่อผมไม่ชอบให้ผม ยุ่งเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด ผมก็ไม่เคยที่จะนำพาสิ่งพวกนั้นเลย
ชีวิตของผม ในวัยเด็กจนถึงวัยมัธยมปลาย ผมมี ความสุขมาก จนกระทั่งวันหนึ่ง ความเสียใจอย่างใหญ่หลวงก็มาเยือน ครอบครัวของผม คุณพ่อได้ จากผมไป อย่างสงบ โดยไม่มี สัญญาณ ความเจ็บป่วยใดๆ เลย มีหลายคนปลอบผมว่า พ่อผมโชคดี ที่ไปแบบสบาย ไม่ได้ เจ็บป่วยให้เยียวยา ไม่ได้ ให้คนที่อยู่ข้างหลังต้องลำบาก แต่ สวรรค์ ก็ใจร้ายกับผมมาก ได้ พรากคนที่ผมรักไป เร็วเกิน พ่อผมยังไม่ได้ ชื่นชมในความสำเร็จผมเลย ผมยังไม่ได้ ตอบแทน คุณ พระเจ้าองค์นี้เลย ทุกความสำเร็จในชีวิตผมในวันนี้ ผมอยากให้ พ่อผม มองเห็น ว่าลูกพ่อทำได้ แล้ว อยากให้รับรู้ว่า ผมรัก และบูชา พระเจ้า องนี้ของผม มาก ผมไม่เคย บูชา ผีสางเทวดา แต่สิ่งที่ผมบูชา และระลึกถึง คือ คุณพระบิดามารดร เสมอ ไม่ว่าจะเป็น ยามสุขหรือทุกข์ เมื่อ ผมระลึก ถึง สิ่งนี้แล้ว ทำให้ผมมีกำลังใจในการทำงาน และต่อสู้ กับอุปสรรค์ ต่างๆนาๆ ทุกวันนี้ ผมมีพระเจ้าองค์เดียวที่ต้องดูแล คือ แม่ ผมรักแม่มาก ทุกอย่างที่ผมทำในวันนี้ เพื่อแม่ ชีวิตผมลำบาก ผมยอม อุทิศ อยากให้ท่านได้สบาย สมัยที่ผมเรียน มหาลัย แม่ผมต้องหาเงิน ส่ง เสียผมเรียน ผ้าถุงขาดแม่ก็ ไม่ได้ มี โอกาส ซื้อใหม่ แม่ต้องชุนผ้าถุงแล้วชุนอีก เพราะเงินทุกบาท ทุกสตางค์ ท่านเก็บเพื่อการเรียนของผม ผมภูมิใจที่ได้ เกิด มาเป็นลูกของแม่ ทุกวันนี้ ผมเดิน ผ่าน ความยากจน ความลำบาก มาแล้ว ผมจะทำทุกอย่าง เพื่อให้ แม่ ผม มี ความสุข จะไม่ทำให้ ท่าน ต้องเสียใจ ที่มีผมเป็นลูก ผมอยากบอกรักแม่ ทุกวัน เหงื่อทุกหยดที่แม่ เสียไป ความเหนื่อยล้า ที่แม่เคย มี ต่อไปนี้ เหงื่อทุกหยาดเหงื่อ จะเพื่อคุณ ของแม่ ผมรักแม่ ครับ แล้วเพื่อนๆ ได้ ทำอะไรเพื่อพ่อกับแม่หรือยังครับ เราตอบแทนท่านตอนที่ท่านมีลมหายใจอยู่ มันดีกว่า กรวดน้ำไปให้ มากมายนะครับ เพราะกรวดน้ำไปให้คนที่ได้ คือ พระสงฆ์. ฝากเพื่อนๆ รักพ่อแม่ให้มากๆนะครับ

Interests

kaad ter kaad jai - Charoempolจินตหรjintara songjai - jintaraหนุ่มบ้าน..my lover song sing for me -
เรื่อง This is my flight! เรื่องมีอยู่ว่า มีผู้โดยสารสาวท่านหนึ่ง เขาเกิด เป็น ประจำเดือน ในช่วงการเดินทางพอดี เธอคนนั้นเลย เดิน ไปขอผ้าอนามัยกับลูกเรือ สาวท่านหนึ่งซึ่งอยู่ตรง มิดแกลลี่ก็คือ สว่นกลางของเครื่องบินนั่นเอง ลูกเรือสาวคนนั้น เลยหยิบให้เธอไปสองชิ้น ในระหว่างที่หยิบให้นั้น ผู้โดยสารอาหรับชายท่านหนึ่งเดินผ่านมากำลังจะเข้าห้องน้ำตรงนั้นพอดี แล้วเขา เห็นแอร์สาวคนนั้นกำลังยื่นผ้าอนามัยให้ผู้โดยสารสาว ชายคนนี้เลยเอ่ยขอด้วยความที่เขาไม่ยอม คนอื่นได้เราก็ ต้องได้ แอร์ สาวคนนั้นเลยเริ่มอธิบายว่า ของชิ้นนั้นมันไม่ใช่ของสำหรับผู้ชายนะคะ แต่ชายคนนี้ไม่ยอม พร้อม ตระโกนออกไปว่า .. This is my flight, Why she got it but I don’t, where is the equality, สรุป ว่าเขาไม่ยอมครับ แอร์ สาวคนนี้เลย ไม่อยากเถียง เพราะยังไงผู้โดยสารก็ย่อมถูกเสมอ เธอเลยหยิบ ผ้าอนามัยให้ ชายคนนี้ ไปหนึ่งชิ้น เขาบอกว่า เอา มาอีก เรื่องอะไร ผู้หญิงคนนั้นได้สองชิ้น แล้ว ทำไม ผมได้ แค่ชิ้นเดียว แอร์สาวคนนี้เลยหยิบให้อีกชิ้น รวมเป็นสองชิ้น เสร็จแล้ว ชายคนนี้ก็ เดินกลับไปนั่ง ตรงที่นั่งของเขา สักสามสิบนาทีได้ แอร์สาวคนนี้ ก็ เดินมาตรง แกลลี่ใหญ่ซึ่งอยู่ตรง ส่วนท้ายของเครื่องบิน แล้วมันต้องผ่านที่นั่งของผู้โดยสารชายท่านนั้นพอดี แล้วเห็นผู้โดยสารท่านอื่นๆต่างมายืนรุม ดูอะไรตรงที่นั่งของชายคนนั้น แอร์คนสาวคนนี้ เลยใคร่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเลยเดินเข้าไปดู ปรากฏว่าเห็นชายคนนั้น เอาผ้าอนามัยสองชิ้นมาปิดตาแล้วก็ นอนหลับ กรนแคร๊กๆ อยู่ตรงที่นั่ง แอร์สาวท่านนี้เลยไปเรียกเพื่อนแอร์สจ๊วจมาดูกัน .. สรุปว่าทั้งลูกเรือแล้ะผู้โดยสาร ไฟล์นี้ได้ขำกัน ทั้งไฟล์ ... เออ เรื่องแบบนี้ก็มีแฮะ!!!

Favorite Music

พินเเคนเเดนอีสาน, ลำชิ่ง ทุกคณะ หุหุหุหุ... อันนี้ มักเเฮงเด้อครับ พี่น้อง
 

Favorite Movies

เรื่อง นี้ ไม่ค่อย สนุก เท่าไหร่ เพราะ ผู้โดยสาร ชัก บนเครื่อง วันนี้ ผมทำ ไฟล์ Qr611 BKK- DOH แล้ว ไฟล์ นี้ ผู้โดยสารเต็มลำ เลย แม้แต่ jump seat ยัง ไม่ว่าง เลย ได้มีเรื่อง ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นบนเครื่อง คือมีผู้โดยสาร เป็นโรคหัวใจบนเครื่อง ระหว่างการบริการ refreshment ก่อนที่เครื่องจะแลนด์ ที่โดฮา 2 ชั่วโมง ในขณะที่ผมให้บริการ refreshment และเครื่องดื่ม อยู่นั้น ผมก็ เหลือบไปเห็นผู้โดยสารสาวชาวอังกฤษ ร้องไห้ชักดิ้นชักงอ บนที่นั่งของเธอ ผู้โดยสารที่นั่งข้างๆ พากันตกใจ ผมรีบเดินเข้าไปดูพร้อมทั้ง เรียกให้ ลูกเรือ อีกคน ไปเรียก ผู้จัดการไฟล์ มาดูอาการด้วย และในเวลานั้นผมก็สังเกตอาการ พร้อมทั้งเช็คประวัติของเธอ ผมลงความเห็นว่าเธอเป็น heart attack เพราะมีอาการเหมือนที่เราเรียนมาในห้อง training เลย Sudden + sever chest pain which is spread into both arms. Skin color was blue . Pulse was rapid + weak. Breathing was rapid and shallow. Pax agitated + restless. ในขณะนั้นผมก็ รี่ตรงไปหยิบถัง ออกซิเจน (po) แล้วในขณะนั้น ผุ้จัดการไฟล์ ก็ประกาศ หาแพทย์ พยาบาล บนเครื่อง “ Ladies and gentle man if there’s any certified doctor or nurse on broad plz indentify yourself to your nearest cabin crew. พอผมหยิบ ถังออกชิเจน มาแล้วก็ให้ออกซิเจนแก่ผู้โดยสารที่ป่วยในทันที เพราะแน่ใจแล้วว่าผู้โดยสาร เป็น โรคหัวใจ ไม่ใช่ hyperventilation แน่นอน เพราะ สาเหตุของผุ้ป่วย hyperventilation คือร่างกายผุ้ป่วย ขาด co2 เพราะว่าหายใจเข้าอย่างเดียว แต่ไม่หายใจออก อาการของ hyperventilation แก้โดย ให้ผุ้โดยสาร hold his breath for 30 second or give him air sickness bag to cover his mouth and nose to take his own co2 into his body . แต่ ถ้า สังเกตอาการ ของhyperventilation แบบผิวเผินแล้ว จะเหมือน อาการผู้ป่วยโรคหัวใจมาก ยิ่งถ้าคนที่ไม่รู้จักอาการของโรคดี แล้วเอา ออกซิเจน o2 ให้ ผู้ป่วยอีก ก็จะยิ่งทำให้อาการแย่เข้าไปใหญ่ .ในขณะนั้น ก็มีเพื่อนลูกเรือ เอา PIL Passenger Informatin List มาให้ พร้อมทั้ง บอกว่า Totoe I know who is the doctor onboard, he sit in 15 A เสร็จแล้ว เพื่อนร่วมงานคนนี้เลยเดิน เข้า ไปถามชายที่นั่งตรงที่ 15 A ว่าเขาเป็นหมอไหม เขา ตอบว่า yes I am a doctor but philosophy doctor , กรรม!!!! ที่ต้องการนะ หมอตรวจโรค ไม่ใช่ จิตแพทย์ !!!!! หมอ โต้คนนี้เลย จัดการเองเลย ครับ นั่ง เฝ้า ถังออกซิเจน กับคนไข้เลยครับ แต่ดีที่อาการเธอดีขั้น ในตอนนั้น ผู้จัดการไฟล์ ก็ ไปรายงานกัปตันว่าอาการผู้ป่วยหลังให้ออกซิเจนดีขึ้น (คือเราต้องให้ข้อมูลแก่กัปตันตลอดเพื่อที่ว่าเขาจะตัดสินใจ แลนด์ฉุกเฉิน หรือไม่ ) สักพักก็มี หญิงผิวหมึก เป็น British nursering practitioner แต่เธอไม่ใช่ certified nurse ผู้จัดการไฟล์เลยไม่อนุญาตให้เธอเปิด หีบยา EMK แต่โชคยังดีที่ผุ้ป่วยได้ ออกซิเจนแล้ว อาการดีขึ้น สรุปว่าผมไม่ต้องทำ บริการ refreshment กับเครื่องดื่ม เพราะต้องเผ้าดูอาการของผู้โดยสารที่ป่วย ตลอดจนถึงเวลาเครื่องแลนด์ ส่วนทางกัปตันก็ติดต่อทีมแพทย์ สนามบิน เพื่อเช๊คอาการของผู้ป่วย หลังเครื่องแลนด์ที่สนามบินโดฮา .. พอเครื่องแลนด์ ผู้โดยสารก็ลงเครื่องหมด แล้ว ทีมแพทย์ก็ เข้ามา เช๊คอาการเธอในทันที พร้อมทั้ง นำแปลสนาม มาหามเธอส่งโรงพยาบาลในทันที เพราะเธอไม่สามารถเดินเองได้ แต่เธอยังโชคดีที่ถึงมือแพทย์ทันเวลา การเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน มันไม่ใช่แค่ เสิร์ฟ อาหาร กับชากาแฟ เท่านั้น แต่ หน้า ที่หลักๆ คือความปลอดภัยของผู้โดยสารต่างหาก
 

Favorite TV Shows

เรื่อง เอ้า ทั้งผีทั้งคน หลอกกันเข้าไป????
เรื่องนี้เกิดตอนไปพักที่โรงแรม Sheraton ที่ปารีส ด้วยความที่เรา ทำไฟล์ จากโดฮาไป ปารีส แค่ หกชั่วโมงกว่า เราจึงมี พลังงานเหลือเผือ ที่จะออกไปข้างนอก แบบว่า เหล้า ไวน์ที่ โซนยุโรป ถูกมากๆ เห็นแล้วมันก็อดใจไม่ไหวจึงจะออกไป จิบๆ สักหน่อย ด้วยความที่เรา ไปปารีสทั้งที ก็ต้องไปเที่ยวหลายที่หน่อยๆ วันนั้น แบบว่า ทั้งมึนทั้งเหนื่อย พอกลับไปโรงแรม ก็ปาเข้าไป ตี สองแล้ว พอกลับมาถึงโรงแรมน้ำท่าก็ไม่อาบครับ ประมาณว่าเปิดแอร์แรงๆ แล้ว เราเองก็ นอน พอ นอนได้สักพักหนึ่ง รู้สึกเหมือนผ้าห่ม หลุดหมดเลย ไปอยู่ ปลายเตียง แต่ที่หน้าสังเกตก็คือ ผมเองไม่ใช่คนนอนดิ้น และในห้องผม ผมก็นอนคนเดียว และอีกอย่างผ้าห่มก็ปูแบบสอดเข้าใต้ขอบเตียง ซึ่งโดยปกติแล้วต่อให้คนที่นอนดิ้นแค่ใหน ผ้าห่มก็ไม่สามารถหลุด แล้วไปกองอยู่ปลายเตียงได้ พอผมนอนสักพักก็รู้สึกเหมือนมีคนมาดึงผ้าห่ม แล้ว ผมก็ ลืมตาแล้วปรากฏว่า ผ้าห่มนั้นไปกองอยู่ปลายเตียง ผมก็ ไม่ได้ คิดอะไรมากมาย ผมก็ลุกไปคว้าเอาผ้าห่มมาห่มแล้วก็นอนต่อ พอสัก สิบนาทีได้ ผ้าห่มผืนที่ผมห่มก็เหมือนมีคนมาดึง แล้วไปกองอยู่ปลายเตียงอีก .. แบบว่าคืนนั้น ผมทั้งง่วงทั้งโมโห ผมเลยตะโกนออกไปว่า mother fucker stop pulling my lags now , I need to sleep I’m fucking tired แล้วผมก็โยนหมอนอีกใบไปตรงขอบเตียงอีกข้างหนึ่ง(เพราะเป็นเตียงขนาดใหญ่) แล้วผมก็พูดต่อว่า u sleep there I’ll sleep here I have only one night here this after noon I ganna leave. เสร็จแล้วผมก็ นอน ปรากฏว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลยหลังจากนั้น ผมนอน หลับสนิทเลยคราวนี้ จนถึงเวลาปลุก ...
ด้วยความที่ตอนเด็กๆ พ่อแม่ไม่สอนให้เชื่อเรื่อง พวกนี้ ผมเลยไม่ค่อยกลัว บวกกับความง่วง และมึนๆ และ เหนื่อย เลย เจ้าที่โดนผมตะหวาดสะเงียบไปเลย หุหุหุ

พอครั้งต่อมา ผมก็ไปพักที่โรงแรมเดิมอีก คือ โรงแรม Sheraton แต่เป็นห้องใหม่ แต่เป็น ชั้น สี่ ครั้งนี้ ก็มีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีกครั้ง ด้วยความที่ครั้งนี้ เราทำไฟล์ไป ปารีส เรานอนไม่หลับก่อนไปบิน พอไปถึงโรงแรมเลย เหนื่อยแทบขาดใจ พอ Check in เสร็จผมก็รีบขึ้นห้องไป นอน พอถึงห้อง ผมก็ถอดเสื้อผ้ากองไว้ กับพื้น เลย ครั้งนี้ ดูเหมือน ลูกเรือในทีมที่ทำไฟล์ ครั้งนี้ ไม่มีใคร ต้อง การออกไปข้างนอกเลย เพราะว่า ทุกคน เหนื่อย ถึงแม้ว่าอากาศช่วงหน้าหนาวมันจะดีมากๆก็ตาม แต่ทุกคนอยากพักผ่อน พอถึงห้องเท่านั้นละครับผมก็ถอดเสือ้ผ้ากองไว้กับพื้นเลย แหละครับ เสร็จแล้ว ก็คลานขึ้นเตียง แล้วก็สลบสะไหล ไปเลย พอตื่นอีกทีได้ ยินเสียง เตือนภัย ดังสนั่นทั่วทั้งโรงแรม ซึ่งตอนนั้น ยิ่ง มีข่าวเรื่องการก่อการร้ายด้วย พอเราได้ ยินเสียง เตือนภัยเท่านั้นแหละครับ ผมก็สะเดิดตื่น( สะดุ้งตื่น)รีบวิ่ง ออกนอกห้อง ทันที แต่พอมานึกได้ ตายห่า เรายัง ไม่ได้ ใส่กางเกงเลย เพราะถอดกองไว้ที่ใหนสักแห่ง (ลืม) ถึงแม้ไฟจะไหม้แต่ก็ไม่ขอโป้ ผมเลย วิ่ง เข้า ไป คว้า ผ้าเช็ดตัว กระเป๋าเงิน และ พาสปอร์ต แล้ว รีบวิ่ง ลงบันใดหนีไฟ ไปชั้นที่ หนึ่ง พอลงไปถึงข้างล่าง คนเต็มเลยครับ ส่วนมาก ยืนแบบใส่ กกนตัวเดียวบ้าง ผ้าขนหนูบ้าง บางคน หอบหิ้ว สัมภาระลงมาเรียบร้อย (แหม มันไว จริงๆ)สำหรับเรา ยังกะฝัน เพราะว่ายังสลึมสะลือ อยู่เลย เพราะเพิ่งนอน ... สักพัก ผมก็เหลือบไปเห็น กัปตันผม ยืนห่อด้วยผ้าขนหนู ข้างๆก็เป็นผู้จัดการไฟล์ สวมชุดนอน บางๆ หัวนี่ฟู อย่าบอกใครเลย ทุกมองมองดุแล้วไม่เหลือ สภาพความเป้นแอร์ที่สวยงามเลย อิอิอิ มองสภาพแต่ละคน แล้ว ขำมากมาย แต่โชคดีนะวันนั้นไม่ได้ ส่องกระจก ไม่งั้น คง ได้ ขำหน้าตาตัวเอง อีกคน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
เสร็จแล้ว พนักงานต้อนรับ ของโรงแรมก็ เดินมาประกาศ และ กล่าวขอโทษว่า we r terribly sorry , we just practice our drill.(เราเองก็คิดในใจ แม่ง จะซ้อมดับเพลิงก็ไม่เห็นมีจดหมายบอกกันบ้างเลย ปล่อย กรู ใจหายหมด ) และ เขาก็ประกาศเป็น ภาษาฝรั่งเศส อีก มันพูดว่าอะไรไม่รู้ จำไม่ได้ แล้ว ทุกคนก็บ่นใหญ่ เลย แล้วก็เดิน เข้า ห้องไป เราก็เลยเดินกลับไปนอน ต่อ .. แต่พอมาคิดดูภาพที่เห็น แล้ว ก็ตลกดี แฮะ เราก็ ขำคนเดียว ... แหม คุณ ผู้จัดการโรงแรมคงอยากทำอะไร ให้ surprise ลูกค้า มั้ง เนี่ย ดูสิ ทุกคน มี ส่วน ร่วมกันทั้งโรงแรม ได้รับ ความร่วมมือ กัน อย่าง ถ้วนหน้า ได้ไปcasting ที่ Hollywood ทุกคนคงได้ ออสก้า กลับบ้านกันเป็นทิวแถว ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ แบบว่า ได้ อารมณ์ สถานะการณ์ จริง มากๆ เหอๆๆ ทุกคนก็วิ่งแบบไม่คิดชีวิตกันเลย.... ครั้งแรก เจอ ผีขี้เล่น ครั้ง ต่อมา เจอ คนหลอกคน เมืองปารีสมันช่างน่าประทับใจจริงๆ......


เรื่อง ปานี นาฮี จาเฮ !!!!
เรื่องนี้ เกิด บนไฟล์ โดฮา – เจ็ดด้า ด้วยความที่ ช่วงเดือน มิถุนา ของทุกปี จะมี ผู้คนที่นับถือ ศาสนา อิสลาม จะเดินทางไป ไหว้ เสาหินศักดิ์สิทธิ ที่เมืองเจ็ดด้า ของประเทศซาอุดิอาเรเบีย แล้วไฟล์ที่ผมทำ ก็เจอเรื่องที่ไม่คาดคิด เกิดขึ้น ด้วยความที่วันนั้นผมเป็นคนทำครัว ซึ่งต้องโหลดอาหารร้อน ใส่ คาร์ท เพื่อเตรียมไปเสิร์ฟ แก่ผู้โดยสาร และ ผมต้องเป็น back up ให้เพื่อนๆใน ห้องผู้โดยสารเรื่อง อาหารและเครื่องดื่ม และ ผมเองก็ต้อง เสิร์ฟ อาหารด้วยเช่นกัน และ ไฟล์ แค่ สองชั่วโมง แล้วผู้โดยสารในชั้นประหยัดเต็ม เกือบสามร้อยคน ลูกเรือ ต้อง ทำงานกัน อย่าง รวดเร็วและหนักกว่า ที่เป็น เพราะต้องทำ การบริการอาหารให้เสร็จ .. พอเตรียมอาหารเสร็จเพื่อนๆ ร่วมงานก็ เอาคาร์ท อาหารออกไปเสิร์ฟผู้โดยสาร แบบว่า ทุกคน ยุ่งมากๆ สักพัก ก็มีคุณ ยายแก่ๆ เดินมาเข้าห้องน้ำ ผมก็ เดินผ่านห้องน้ำ เข้ามาที่ครัว เพื่อ เอาอาหารให้เพื่อนร่วมงาน แล้ว เจอคุณ ยาย แก่ๆ คนหนึ่ง ยืน แล้วเอามือ ไปลูบ ประตูห้องน้ำ ซึ่ง ห้องน้ำ มันจะต้องผลักแรงๆแล้ว ผมก็บอกคุณ ยาย ว่า ผลักแรงๆ แล้วยายก็ ผลักแรงๆ แล้วก็เข้าไป ใช้ห้องน้ำ .. พอสักพัก คุณ ยายก็เดินออกมา หาผมที่ห้องครัว ซึ่งตอนนั้นผมกำลัง จัดอาหารใส่ถาดอยู่ แล้วคุณ ยายก็ เอ่ย ว่า . ทอยเล๊ต เมย์ ปานี นาฮี เฮ!!! (ภาษา ฮินดี้ แปลว่า ในห้องน้ำไม่มีน้ำ )
ผมก็นึกว่า คุณ ยายเขากดไม่เป็น ผมเลย ไปกดให้ยายดู พอผมเปิดประตูเข้าไปเท่านั้นละครับ ภาพที่เห็น คุณ ยายทำห้องน้ำ เลอะ แล้ว ยัดทิสชูที่ใช้แล้วไว้ตาม ขอบห้องน้ำ แล้ว แล้วยัดใส่กล่องกระดาษทิสซู ที่ใช้แล้ว ตอนนั้น ผมโมโหมาก ผมมองหน้า ยาย แบบไม่พอใจ แล้ว บอกว่า น้ำ ไม่มี นี่กดปุ่มนี้ แล้ว ยาย ก็ บอกว่า (ปานี ชา ฮี เย แปลว่า ยายต้องการน้ำ) ผมทั้งโมโหทั้งไม่มีเวลาไปบอก ทั้งเบื่อละ คุณยาย นี่ ทำไม เรื่องมากจัง ยายรู้ใหมว่าผมต้อง เสิร์ฟ อาหารด้วย มันยุ่ง (คิดในใจ) ผมตัดปัญหาเลย ให้น้ำยายแกไปขวดหนึ่ง แล้ว ยาย เขาก็เดินเข้าห้องน้ำไป พอสักพักผมก็ สังเกต เห็นน้ำในห้องน้ำ ใหลออกมาข้างนอก ผมยิ่งโมโหใหญ่ เลย (คิดในใจ นี่ ยาย เอาน้ำไปล้างในห้องน้ำแน่นอน ทำไมยาย ทำแบบนี้ พอยาย ออกมา ผมมองหน้ายายแบบไม่พอใจ แล้ว โผล่หน้า เข้าไปดู เห็น สภาพห้องน้ำ แบบว่า รับไม่ได้ ผมทั้งโกรธทั้ง โมโห คุณยาย . คุณ ยายเองเขาก็คงรู้ ว่าผมโกรธที่ยาย ทำห้องน้ำ เลอะ แล้วยายก็เดินไป นั่งที่ สักพักผมใจเย็นแล้วก็พยายามคิดว่า มันอาจเป็น ครั้งแรก กับการเดิน ทางบนเครื่องบินก็ได้ ยายเลยไม่รู้ เราก็เลย ใจเย็น แต่ก็ ยังโกรธ อยู่ แต่ผมเป็นคน โกรธง่ายหายเร็ว พอลูกเรือ เสิร์ฟอาหารเสร็จ แล้ว เครื่องก็จะแลนด์แล้ว ทุกคนก็รับไป ดูห้องผู้โดยสารเพื่อให้ ผู้โดยสาร คาดเข็มขัด ปรับพนักที่นั่ง เปิดหน้าต่าง เก็บกระเป๋าไว้ ที่เก็บเหนือศรีษะ ผมเองก็ เก็บข้าวของในครัว เข้าที่ เพื่อ เตรียมตัวแลนด์ พอเครื่องแลนด์แล้ว ลูกเรือก็เปิดประตู เพื่อให้ผู้โดยสาร ลงจากเครื่อง แล้วผู้โดยสารก็ทยอย ลงจากเครื่อง เสร็จแล้ว ยายคนที่ทำห้องน้ำ เลอะ ก็เดิน มาผ่านทางผม แล้วคุณ ยาย มาขอจับมือผม แล้ว ยาย เอามือ ที่จับมือผมไปจับที่หน้าอกข้างซ้ายตรงหัวใจยาย ในวินาทีนั้นผมน้ำตาแทบใหล จากที่เรา โมโหให้ยาย และโกรธ มันหายไปหมดเลย มันเหมือนกับเขามาขอบคุณ และ ขอโทษในเวลาเดียวกัน
บางครั้ง คนเดินทางส่วนใหญ่เป็นคนจน ซึ่งบางครั้ง เขาก็เก็บเงินมาทั้งซีวิตเพื่อซื้อตั๋วเครื่องบิน เพื่อ เดิน ทาง เพราะฉะนั้น การที่คนเขาไม่รู้วิธีการใช้ห้องน้ำมันก็ไม่แปลก เพราะคนส่วนมากอะไรที่เป็นครั้งแรกมักจะไม่รู้ แล้วเราก็ เลยไม่โกรธ หลังจากนั้นผม ก็ บริการเต็มที่แบบไม่คิดเล็กคิดน้อยแล้ว(ถ้าไม่เรื่องมากเกินขอบเขต อิอิอิ) เพราะ อยากให้เขา ได้รับ การ บริการให้คุ้มกับเงินที่เขา จ่าย ..
 

Favorite Books

เรื่อง where is my toilet????? จากประสบการณ์ ตรง ที่เจอ ค่อนข้างแปลก สำหรับผม มากๆ คือเรื่องที่จะเล่านี้ ก็พอจะได้ยินจาก พี่ๆ ที่ทำงานมาก่อนอยู่บ้าง ตอนแรกก็นึกว่าพี่ๆ เขา อำเราเล่น แต่ ปรากฏว่าหลังจากทำไฟล์ไปซักระยะผมก็ค้นพบ ความจริง ซึ่ง เกิด กะผม โดยตรง ผมไม่ขอเอ่ยสัญชาติละกันนะครับ เดี๋ยวมันจะเกิดปัญหาความขัดแย้ง อิอิอิ เอาเป็น ว่า เข้า เรื่องเลยละกัน คือผู้โดยสารท่านนี้ เขา เป็นคนอยู่ในประเทศที่ค่อนข้างยากจน แต่ว่าเขามีโอกาสดี ที่ได้ ไปทำงานและอาศัยที่อังกฤษ อยู่นาน จน ได้ ครอง British passport แล้ว วันนั้น ผม ได้ ทำไฟล์ โดฮา - แกทวิค – โดฮา แล้ว ก็ มี ผู้โดยสารที่ว่า ก็ มาใช้บริการ ในขณะ boarding ผู้โดยสาร เหตุการณ์ก็ปกติดีครับ แต่ พอ เครื่อง บิน บินได้ ระดับแล้ว ก็ชายวัย กลางคน ผิวคล้ำ รูปร่างสันทัด เดินเข้ามาหาแอร์กะสจ๊วจ แล้ว ตอนนั้น ผมยืนอยู่ใกล้ๆห้องน้ำ พอดี แล้วชายคนนั้นก็เอ่ยถามผมว่า I’m holding British Passport where is my toilet? โอ้ว พระเจ้า จอร์จ ตอนนั้น ผมเพิ่งบินได้ สอง เดือนเอง เอ๋อ รับประทานเลยครับ ผมงงเป็น ไก่ชนตาบอดไปเลยครับ ฉิบหายแล้ว ตอนเทรน เทรนเนอร์ ก็ไม่ได้ บอกเรานี่หว่า ว่า ห้อง น้ำมัน แยกสัญชาติ ด้วย คลานี้ ก็ ถึงตอนที่ผมจะต้อง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้วละครับ พอดี ตอนนั้น ผมยืนอยุ่ แกลลี่ใหญ่ ซึ่งอยู่ ด้านหลัง และ มี สี่ห้อง แล้ว มี คน มายืนต่อคิว เข้าห้องน้ำเยอะมาก แล้วผมก็เหลือบ ไป เห็น ห้องน้ำ อีกฝาก มี ฝรั่ง เข้า เยอะ ผมเลย ชี้ บอก ว่า sir your toilet is on another side. โอ้ว เรื่อง แบบนี้ ไม่คิดว่าจะมี ก็มี คิดดูแล้วก็ขำๆ จริงๆแล้ว ตราบใดที่นั่ง Economy ห้อง น้ำ ก็ไม่ได้ แยกสัญชาติ แต่ การแก้ปัญหา เฉพาะหน้า ก็ เป็น เรื่อง สำคัญ มากๆ กะงาน บริการบนฟ้า
 

Favorite Quote

เรื่อง ผู้โดยสาร ลืมของ

เรื่องนี้ เกิดขึ้นตอนที่เครื่องบินกะลังจะแลนด์ แล้วมีผู้โดยสารชายท่านหนึ่ง รีบวิ่งมาพร้อมกับหน้าตา เหมือนปวดหนักมาจาก ส่วนกลางของเครื่องบิน เพื่อนที่จะมาเข้าห้องน้ำ หลังจากที่ แอร์กะสจ๊วจ นั่งพร้อม คาดเข็มขัดเครื่องเตรียมพร้อมจะแตะรันเวย์ เมื่อ ชายคนนี้วิ่งมาเกือบถึงห้องน้ำ พอดี แอร์กะสจ๊วจ มองเห็น แอร์ กะสจ๊วจ เลย ตะโกน ออกไป ด้วยน้ำเสียง หนักแน่น และ ดุเข้ม ออกไปว่า Sir, what r u doing here we ganna land go back 2 your seat now!!พร้อม บอกให้ผู้โดยสารนั่งพร้อม คาดเข็มขัด อยู่กับที่ก่อนที่เครื่อง จะแลนด์ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารเอง ผู้โดยสาร เลย กลับไปนั่งที่ แล้ว สักพักเครื่องก็แตะรันเวย์ แล้ว เราก็ Disembark ผู้โดยสาร พอผู้โดยสารทุกคน ลงจากเครื่องบินหมดแล้ว purser ก็ ประกาศ guys plz do a thoroughly safety and security check คือก่อน แอร์กะสจ๊วจลงจากเครื่องบินจะต้องทำ safety and security check ก่อน พอดีว่า ชายคนที่ต้องการเข้า ห้องน้ำ ท่านนั้น นั่งอยู่ในโซนรับผิดชอบของผม พอดี แล้วผมก็ เช๊ค บริเวณ รับผิดชอบของผม พอเช๊คถึงที่นั่งของชาย คนนั้น ผมก็เจอ ถุงพลาสติก สีขาวๆ อยู่ไต้พนักที่นั่ง ตอนแรกผมคิดว่า ชายคนนั้น ลืม ของ ผมก็ก้มดูชัดๆ ปรากฏว่าเป็นถุงฉี่ ของชายคนนั้น นั่น เอง โอ้ว พระเจ้า ช่างทำไปได้นะ ครับท่าน ผู้โดยสารที่รัก แล้วผมก็ อยากแกล้ง purser เล่นๆแล้วผมก็ตะโกนเรียก ให้ purser มาดู ว่า Marrie can u come here plz , passenger left his personal belonging here. เสร็จแล้ว ผู้จัดการไฟล์ ก็รีบเดิน มาดูแล้ว เขาก็ถามผมว่า what is it? En where is it? ผมเลยชี้ไปที่ใต้ที่นั่งของชายคนนั้น แล้ว เราสองคน ก็นั่งขำกัน เฮ้ย ดีนะที่ไม่ช่าย ของเหม็นๆ หุหุหุ

เรื่อง จูบจนลืมห้อง
เรื่องนี้เกิดตอนที่ผม ไปพักที่โรงแรมที่ฮ่องกง ... หลังจากที่ผมทำไฟล์ โดฮา – ฮ่องกง สิบชั่วโมงครับ เหนื่อยมากมาย พอถึงโรงแรมผมก็ ทิ้งกระเป๋าบนพื้นแล้ว ผมก็คลานไปสลบอยู่บนเตียง พร้อมทั้ง ชุดทำงาน เพราะเหนื่อยมาก ตอนนั้น รู้สึก เหมือน ว่า ตูไม่ต้องการไรแล้ว ไม่มี แรง แม้แต่ จะเดิน ไป หน้า มือ ล้างหน้า ก่อนนอน ตอนนั้น เวลาประมาณ บ่าย สี่โมงเย็น ครับ ผมก็ นอน ไม่รู้ สึกตัวเลย สักพัก รู้สึกเหมือน ตัวเอง ฝัน ว่า ได้ ยินเสียงเหมือนคนกำลังพยายามเปิดประตูดังค๊อกแค๊กๆ อยู่ หน้า ห้องนอน ผมตอนนั้นผมอยู่ในอาการ ครึ่งหลับ ครึ่งตื่นครับ ผมก็ ได้ ยินเสียงนี้ อยู่ หน้า ห้อง ผมอยู่ นานสอง นาน พร้อมได้ ได้ ยิน เสียงเหมือนคน กำลังจูบกันอยู่ หน้าห้องผม ตอนนั้น ผม คิดในใจ เอา แล้ว โตโต้ นี่แกเป็น บ้า อะไร อีกละเนี่ย นี่อย่าบอกนะว่า แกกะลังฝันว่าจะมีคน มาจูบแก ... ผมก็ พยายาม ที่จะ ประครองตัวเอง ให้ตื่น แต่ เหมือน ตัวขยับ ไม่ได้ ผมเลย คิดในใจอีก เอา นะ รวบรวม สติอีกครั้ง เราต้อง ตื่น ให้ได้ เพื่อที่จะให้รู้ว่า เสียงที่ได้ ยิน นั้น มัน เป็น ความฝัน หรือ ความจริง กันแน่ สักพัก ผมก็ พยุงตัวเอง ตื่น แบบงัวเงียๆ จน ได้ ปรากฏว่าเสียง คนกะลัง จูบกัน พร้อมทั้ง พยายามเปิดประตูห้องเราอยู่นั้น เป็น ความจริง .. เราก็เอ๊ะใจ สิ ใคร มาห้อง เรา หรือ ว่า เพื่อนร่วมงาน จา ชวนไปเที่ยวตอนเที่ยงคืน ผมก็ เลย พยุงตัวเอง เดินไปเปิดประตูแบบงัวเงียๆ ครึ่งหลับ ครึ่ง ตื่น เสร็จแล้วภาพที่เห็นคือ เห็น ชาย ยุโรปวัยกลางคน ยืนจูบกันกับแฟนสาว ชาว จีนอ่องกง อยู่หน้าห้อง ผม พร้อมทั้ง มืออีกข้างหนึ่งของชายคนนั้น พยายาม เปิดประตูห้องผมอยู่ ..ผมตื่นจาก อาการงัวเงียทันทีครับ พร้อมทั้งจ้องที่หญิงชายคู่นั้นแบบตาไม่กระพริบ(ดูหนังสด อิอิอิ) พอชายหญิงคู่นี้ เห็น ผมเท่านั้นละครับ พวกเขาทำท่า ตกใจเล็กน้อย ผุ้ชาย อุทาน ออกมาว่า Jesus!!!! แล้ว ทำตัวเนียน กล่าวต่อว่า Excuseme D u have the match? ผม งงนิดๆ พร้อมทั้งตอบ ไป ว่า No this is nonsmoking floor! En I’m a non smoker ! เท่านั้น ละครับ ชายคนนี้ กล่าว Thanks en so sorry to disturb u! พร้อมทั้ง ปิดประตูให้ผม ..ผมยังยืนงง นิดๆ และคิดไปว่า เอ.. หรือว่า spy ของบริษัทจ้างมาสืบว่า มีลูกเรือ สูบบุรีหรือเปล่า???
แต่ พอปิดประตูเท่านั้น ละครับ แฟนสาวร้องลั่น พร้อมทั้ง วิ่งหนีแบบอายอย่างสุดชีวิต ว่า Oh! My goddddd!!ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ นี่ละนะ จูบจนดูดดื่ม จูบจนไม่ลืมหูลืมตาจนหลงห้อง นอนตัวเอง หุหุหุ นึกทีไรก็ ขำทุกที หุหุ


เรื่อง ข้าศึกมันโจมตีแล้ว
เรื่องนี้ เกิดตอนเครื่องกำลังจะแลนด์แล้ว พอดีมี ผู้โดยสารสาวชาวยุโรปท่านหนึ่ง ลุกจากที่นั่งแล้ววิ่ง พลวดพลาดมาที่ห้องน้ำ ตรงแกลลี่กลางของเครื่องบิน ซึ่งตรงหน้าห้องน้ำก็จะมี jump seat ของลูกเรือ อยู่ตรงนั้น ซึ่งวันนั้น ผม อยู่ ตำแหน่ง L2 ซึ่งนั่ง ตรงนั้นพอดี เสร็จแล้ว ผุ้โดยสารสาวท่านนั้นก็วิ่งมาอย่าง ลุกรี้ลุกรน ผมก็ มองเห็นเลยสั่งให้เธอนั่งก่อน พร้อมทั้ง บอกเธอว่า miss plz take your seat we ganna land in a few minutes !!! เสร็จแล้ว เธอกำสีหน้าแบบไม่ไหวแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยของเธอ เธอจะต้องนั่ง อยู่กับที่พร้อมคาดเข็มขัด .. เธอเลย นั่งอยู่กับที่ ...
พอเครื่องเตะ run way ปุ๊บเธอก็วิ่งมาพร้อมกับแม่เธอ แม่เธอก็มาอธิบายว่า my daughter suffer from diarrhea ผมเลย อนุญาตให้เธอเข้าเข้าน้ำ เพราะไม่อยาก เหม็น พร้อมทั้ง บอกให้แม่เธอกลับไปนั่งที่ แล้วก็ บอกเตือนให้ลูกสาวเขา ระวัง เพราะเครื่องบินยัง วิ่งอยู่ พอเธอออกมาจากห้องน้ำ เธอก็ขอบคุณ แล้ว ก็ ขอยาแก้ท้องเสีย ผมชักประวัติ แล้วก็เลยให้ยา แก่เธอไป ... พูดไปแล้วก็ยังโชคดีนะที่เธอยังกลั้น ไว้ได้ ไม่งั้น คง เหม็นกันทั้ง เครื่อง บิน หุหุหุ


เรื่อง น้องๆเปิดดอร์ ให้ พี่หน่อย
เรื่องนี้ เกิดที่ กทมครับ ตอนที่ เราเปลี่ยนทีมลูกเรือบนเครื่องบิน ที่กทม ครับ คือ ลูกเรือที่บินมาจากโดฮา มา กทมต้อง ไปพักที่โรงแรม แล้ว มีทีมของลูกเรืออีกชุด จาก โรงแรม มารับช่วงต่อ และ ในช่วงที่เราเข้าไปในเครื่องบินนั้น คณะทีมงานของ คลีนเนอร์ และ แคทเทอริ่ง ก็จะทำงานด้วยเช่นกัน ด้วยตอนนั้น พี่ๆ แคทเทอริ่งรีบๆ หรือ ว่า ตื่นเต้นเพราะเจอแอร์ สาวสวยก็ไม่ทราบ แล้วเกิดอาการพูดผิดๆถูกๆ ขึ้นมาในทันที หรือว่า ตั้งใจให้ฮาๆกันเล่นๆ ... พอดีในตอนนั้น ผมยืนใกล้กะประตู พอดี แล้ว พี่ชายท่านนั้น ได้ เอ่ย ปาก ขอ ผม ว่า น้องๆ เปิด door ให้พี่หน่อย ด้วยความที่เรา ขี้เล่นด้วยเลย เอ่ยไปว่าแล้วพี่จาให้ผมเปิด door พี่หรือ door ผมละครับ เพื่อนๆแอร์ คนไทยด้วยกัน พากันขำกร๊าก ใหญ่เลย .. แหม พี่ชายก็เล่นคุยทั้งอังกฤษและไทยปนกัน ความหมายมันก็ ทะลึ่งนิดๆ ปน ฮา หน่อยๆ แต่ก็ ขามดีครับ ฮ่าๆๆๆ
 
 

Journal

View All 6 Entries    Add Comment

จริงๆเเล้วตอนเด็กอยากเป้น นักร้อง หมอลำมากๆ ตอนเรียน มหาลัยเคยไป เทสเสียงที่คณะหมอลำด้วยเเต่ ไม่ได้เป็นตัวเอก เลยตัดสินใจตั้งใจเรียนต่อ   เรียนจบชีวิตก็ล้มลุกคลุกคลานอยุ่กับงานโรงเเรม  ตอนนั้นไปสมัครเป็น receptionist ที่โรงเเรมใหนเขาก็ไม่เอา เออ..ตลกดี  เราเลยได้เป็น บัทเลอร์ ตลอด เวลา สองปีครึ่ง จากสองโรงเเรมที่เคยทำ เเต่เเล้วชีวิตก็ผกฝันให้มาเป็น สจ๊วจจนได้   ... ทุกวันนี้เวลาเจอหมอลำที่ใหน  ผมคิดว่า นั่นเเหละคือตัวผม...  ผมเเค่คิดว่า ผมใช้ภาษาอังกฤษเป็นเเค่เครื่องมือหากิน เเต่ผมไม่ได้บูชา อรัยที่เป้นอังกฤษ  เพราะอย่างรัยคนบ้านนอกอย่างผมก็เปรี่ยมไปด้วยน้ำใจที่มีให้เพื่อนๆร่วมสังคมเสมอ ไม่เห้นเเก่ตัวนั่นคือ คุณสมบัติของคนอีสาน  จากประสบการณ์ การเป้นสจ๊วจมา พักหนึ่งผมก็พอ มีเรื่องตลกๆ ให้เพื่อนได้ ลองอ่านดูนะครับ ว่า เป้นงัยบ้างเรื่องเเรกคือ เรื่อง Can I smoke Here?เรื่องเกิดขึ้นตอนที่ แอร์ กะสจ๊วจ กำลังวุ่นอยู่กับ การจัดเตรียม อาหารอยู่ แล้ว ผุ้โดยสารที่จาลงแดงเพราะบุหรี่ก็เดินมาทาง Aft galley  คือห้องครัวที่อยู่ด้านหลังของเครื่องบิน  แล้วเอ่ย ปากขึ้น ถามเล่นๆกะแอร์ที่กะลังยุ่งๆอยู่กับการโหลดอาหารอยู่ว่า  Excuse me? Can I smoke here?  ด้วยความที่แอร์ สาวของเราทั้งยุ่งทั้ง โมโหให้ผู้โดยสารว่าเขาไม่ได้ฟังประกาศตอนก่อนเครื่อง take off  หรือว่า This is none Smoking Airlines ... แอร์สาวเลยเอ่ยแบบกำปั้นทุบดินออกไปว่า  Yes sir you can smoke  just open the door and smoke out side พร้อมกับทำหน้าตายุ่งบูดบึ้งและยุ่ง อยู่กับการโหลด อาหารต่อไป  ผุ้โดยสารท่านนี้เลย หน้าชีด เดินกลับที่นั่งโดนทันที เง้อ .....   เพื่อนๆ อาจสงสัยว่าทำไมเปิดประตูไม่ได้ ลองเปิดดูสิที่ระดับความสูง 34000  Flts จาได้ พากัน ตายทั้งลำ เหอๆๆๆๆๆ  เรื่อง U wanna land on water?เรื่องนี้ เกิด ตอนที่เครื่องบิน กำลังจาแลนด์ แล้วแอร์ กะสจ๊วจก็จาต้องให้ผู้โดยสารนั่งพร้อมคาดเข็มขัดและ ปิดอุปกรณ์ สื่อสารทุกชนิดเพื่อ ป้องกันสัญญาณ รบกวน ระบบสัญญาณ นำร่องของเครื่องบิน  ในขณะที่แอร์ สาวคนหนึ่งบอกให้ผู้โดยสารชายอาหรับคนหนึ่งปิดมือถือ แต่ผู้โดยสารก็ยังไม่ปิด แอร์สาวเลยเกิดน้ำโห กะผู้โดยสารที่ดื้อ ไม่ยอมปฏิบัติ ตามที่เธอแนะนำ   เธอเลย พูดออกไปว่า  sir u wanna land on water or on runway  u wanna die ?  But I don’t wanna die with u ! เธอพูดเสียงดัง มาก ผู้โดยสารอาหรับคนนี้ หน้าชีด  อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใหน  พร้อมทั้งปิดถือถือ ในทันที   ฮึๆๆๆ พูดไปแล้ว วิธีของเธอก็ ใช้ได้ผลทีเดียวเลยนะครับ  ผมจาได้ ลองเอาไปใช้ดูบ้าง หุหุ  เรื่อง: Totoe your  pronunciation were wrong!!!! แหม เรื่องนี้ก็ทำเอาผม ความดันสูงขึ้นเหมือนกันนะครับ  ด้วยความที่เรา คนไทย สำเนียงมันก็ไทยๆ มันก็ เป็น ธรรมดา  เพราะแต่ละประเทศก็พูดอังกฤษสำเนียงของประเทศนั้นๆ .. เรื่องนี้มันก็เกิด บนไฟล์ นี่ละครับ ท่าน ด้วยความที่เรา พูดอังกฤษแต่สำเนียงไทยนิดหนึ่ง แล้ว ลูกเรือ สัญชาติ เพื่อนบ้านเราก็เขามาบอกว่า   Totoe your pronunciation were  wrong  u must pronounce pen< เป็น>   not  pen< เรานะ ออกเสียง เพ็น>   เรา ก็ความดันสูง พุ่งทันที  เอ๊ะ เราว่า เราออกเสียงถูกแล้ว ยัง มาว่า เราออกเสียงไม่ถูกอีก แต่ เราเองก็ ไม่อยาก จะมีปัญหา เพราะ คิด สาว่าบินแค่ไฟล์ นี้ก็ คง อีกนานกว่า จา ได้ บิน กะเขา อีก ทนรำคาญแค่ สี่ห้าชั่วโมงเอง..  เราเลย เออ pen ( เป็น ก็ เป็น )   พอสักพัก ไอ้ เจ้า คนเดิม ก็ เดิน มาอีก แล้ว เอ่ย ปาก ถาม ผม ว่า Totoe do u have horny? คือ เขาต้องการน้ำผึ้งอ่า .. เพราะ มองในมือ เขาถือถ้าน้ำชาเขียวมาด้วย...ในวินาทีนั้นเราก็ขำกร๊าก เลย แล้ว เขาก็ถาม เราว่า ขำอะไร เราก็ ตอบ ไปว่า เปล่าๆ เราขำตัวเอง   ดูสิดูคน เรา  อยากถามว่า เรามี น้ำผึ้งใหม ก็ดัน มาออกเสียง ว่า โตโต้ เธอเงี่ยนใหม  โอ้ย ช่างเป็น ไป ได้ อิอิอิอ