เรื่อง นี้ ไม่ค่อย สนุก เท่าไหร่ เพราะ ผู้โดยสาร ชัก บนเครื่อง
วันนี้ ผมทำ ไฟล์ Qr611 BKK- DOH แล้ว ไฟล์ นี้ ผู้โดยสารเต็มลำ เลย แม้แต่ jump seat ยัง ไม่ว่าง เลย ได้มีเรื่อง ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นบนเครื่อง คือมีผู้โดยสาร เป็นโรคหัวใจบนเครื่อง ระหว่างการบริการ refreshment ก่อนที่เครื่องจะแลนด์ ที่โดฮา 2 ชั่วโมง ในขณะที่ผมให้บริการ refreshment และเครื่องดื่ม อยู่นั้น ผมก็ เหลือบไปเห็นผู้โดยสารสาวชาวอังกฤษ ร้องไห้ชักดิ้นชักงอ บนที่นั่งของเธอ ผู้โดยสารที่นั่งข้างๆ พากันตกใจ ผมรีบเดินเข้าไปดูพร้อมทั้ง เรียกให้ ลูกเรือ อีกคน ไปเรียก ผู้จัดการไฟล์ มาดูอาการด้วย และในเวลานั้นผมก็สังเกตอาการ พร้อมทั้งเช็คประวัติของเธอ ผมลงความเห็นว่าเธอเป็น heart attack
เพราะมีอาการเหมือนที่เราเรียนมาในห้อง training เลย
Sudden + sever chest pain which is spread into both arms.
Skin color was blue .
Pulse was rapid + weak.
Breathing was rapid and shallow.
Pax agitated + restless.
ในขณะนั้นผมก็ รี่ตรงไปหยิบถัง ออกซิเจน (po) แล้วในขณะนั้น ผุ้จัดการไฟล์ ก็ประกาศ หาแพทย์ พยาบาล บนเครื่อง “ Ladies and gentle man if there’s any certified doctor or nurse on broad plz indentify yourself to your nearest cabin crew.
พอผมหยิบ ถังออกชิเจน มาแล้วก็ให้ออกซิเจนแก่ผู้โดยสารที่ป่วยในทันที เพราะแน่ใจแล้วว่าผู้โดยสาร เป็น โรคหัวใจ ไม่ใช่ hyperventilation แน่นอน เพราะ สาเหตุของผุ้ป่วย hyperventilation คือร่างกายผุ้ป่วย ขาด co2 เพราะว่าหายใจเข้าอย่างเดียว แต่ไม่หายใจออก อาการของ hyperventilation แก้โดย ให้ผุ้โดยสาร hold his breath for 30 second or give him air sickness bag to cover his mouth and nose to take his own co2 into his body .
แต่ ถ้า สังเกตอาการ ของhyperventilation แบบผิวเผินแล้ว จะเหมือน อาการผู้ป่วยโรคหัวใจมาก ยิ่งถ้าคนที่ไม่รู้จักอาการของโรคดี แล้วเอา ออกซิเจน o2 ให้ ผู้ป่วยอีก ก็จะยิ่งทำให้อาการแย่เข้าไปใหญ่
.ในขณะนั้น ก็มีเพื่อนลูกเรือ เอา PIL Passenger Informatin List มาให้ พร้อมทั้ง บอกว่า Totoe I know who is the doctor onboard, he sit in 15 A เสร็จแล้ว เพื่อนร่วมงานคนนี้เลยเดิน เข้า ไปถามชายที่นั่งตรงที่ 15 A ว่าเขาเป็นหมอไหม เขา ตอบว่า yes I am a doctor but philosophy doctor , กรรม!!!! ที่ต้องการนะ หมอตรวจโรค ไม่ใช่ จิตแพทย์ !!!!! หมอ โต้คนนี้เลย จัดการเองเลย ครับ นั่ง เฝ้า ถังออกซิเจน กับคนไข้เลยครับ แต่ดีที่อาการเธอดีขั้น ในตอนนั้น ผู้จัดการไฟล์ ก็ ไปรายงานกัปตันว่าอาการผู้ป่วยหลังให้ออกซิเจนดีขึ้น (คือเราต้องให้ข้อมูลแก่กัปตันตลอดเพื่อที่ว่าเขาจะตัดสินใจ แลนด์ฉุกเฉิน หรือไม่ ) สักพักก็มี หญิงผิวหมึก เป็น British nursering practitioner แต่เธอไม่ใช่ certified nurse ผู้จัดการไฟล์เลยไม่อนุญาตให้เธอเปิด หีบยา EMK แต่โชคยังดีที่ผุ้ป่วยได้ ออกซิเจนแล้ว อาการดีขึ้น สรุปว่าผมไม่ต้องทำ บริการ refreshment กับเครื่องดื่ม เพราะต้องเผ้าดูอาการของผู้โดยสารที่ป่วย ตลอดจนถึงเวลาเครื่องแลนด์
ส่วนทางกัปตันก็ติดต่อทีมแพทย์ สนามบิน เพื่อเช๊คอาการของผู้ป่วย หลังเครื่องแลนด์ที่สนามบินโดฮา ..
พอเครื่องแลนด์ ผู้โดยสารก็ลงเครื่องหมด แล้ว ทีมแพทย์ก็ เข้ามา เช๊คอาการเธอในทันที พร้อมทั้ง นำแปลสนาม มาหามเธอส่งโรงพยาบาลในทันที เพราะเธอไม่สามารถเดินเองได้ แต่เธอยังโชคดีที่ถึงมือแพทย์ทันเวลา
การเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน มันไม่ใช่แค่ เสิร์ฟ อาหาร กับชากาแฟ เท่านั้น แต่ หน้า ที่หลักๆ คือความปลอดภัยของผู้โดยสารต่างหาก