
คนไทยกำลังแตกความสามัคคีกันอย่างหนัก เมื่อฝ่ายรัฐบาลไปลงนามร่วมสนับสนุนรัฐบาลกัมพูชาในการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกต่อองค์การสหประชาชาติ
และมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งจำนวนไม่น้อยนำเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นต่อต้านขับไล่รัฐบาล และนักการเมืองพรรคฝ่ายค้านก็ได้หยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและนายกรัฐมนตรี
การเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลที่หน้าทำเนียบและการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่อาคารรัฐสภา เป็นข้อมูลที่โต้แย้งกันอย่างหนักระหว่างฝ่ายคัดค้านที่กล่าวหาว่าเป็นการทำให้เสียดินแดนและอธิปไตยของชาติ ซึ่งถือว่าเป็นความผิดที่ยิ่งใหญ่และอ่อนไหวมากในความรู้สึกนึกคิดของความเป็นชาติ
ไม่ว่าจะเป็นประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนชาวกัมพูชาทั้งประเทศ ซึ่งพร้อมที่จะลุกขึ้นมาพลีเลือดพลีเนื้อเพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของตนที่ต่างฝ่ายต่างก็กล่าวอ้างว่ามีอยู่เหนือปราสาทพระวิหาร
จนถึงวันนี้ผมยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะลงเอยกันอย่างไรโดยที่ไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อคนไทยด้วยกันเอง และไม่ต้องมารบราฆ่าฟันกับพี่น้องชาวกัมพูชาอีกครั้ง หลังจากที่ยุติสงครามระหว่างทั้งสองฝ่ายกันมานานเกือบสองร้อยปีแล้ว
ผมเคยขึ้นไปเขาพระวิหารครั้งแรกเมื่อปี 2519 ในยุคสงครามเย็น พื้นที่ตรงนั้นยังปกคลุมไปด้วยป่ารกชัฏ และได้ขึ้นไปครั้งสุดท้ายเมื่อปีกลายในเวลาที่ที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ดูเหมือนว่าสถานที่แห่งนั้นกำลังทรุดโทรมหนัก
ตรงใจกลางของปราสาทที่เคยประดิษฐานศิวลึงค์อันเป็นแท่นสักการะอันยิ่งใหญ่ของผู้คนในอดีต คงเหลือแต่เศษธูปเทียนดอกไม้อันเหี่ยวแห้งบนก้อนหินที่เปื้อนไปด้วยฝุ่นดิน
ผมคงไม่ต้องสืบสาวราวเรื่องเหมือนการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรและเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาติปไตยว่า ณ ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นของประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ และเป็นของกัมพูชาตั้งแต่เมื่อไหร่
พระเจ้าสุริยะวรมันที่ 1 สร้างปราสาทพระวิหารเพื่อประดิษฐาน "กมรเตงชคตศรีขรีศวร"หรือรูปสัญลักษณ์ศิวลึงค์นั่นแหละครับ ตามลัทธิความเชื่อแบบไศวนิกายที่ถือเอาพระศิวะเป็นประมุขสูงสุด เพื่อหล่อหลอมเอาความหลากหลายของผู้คนพื้นเมืองที่ต่างชาติพันธุ์ต่างวัฒนธรรมอย่างพวกจาม ขอม ส่วย ในดินแดนเขมรต่ำให้รวมกันเป็นอันหนึ่งเดียว มีการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ เมื่อประชาชนมีความสมานฉันท์สามัคคี บ้านเมืองก็ร่มเย็นเป็นสุขสืบต่อกันมานับพันปี
เมื่อถึงวันสำคัญของแต่ละฤดูกาล พระองค์ก็จะให้ผู้นำท้องถิ่นและประชาชนโดยทั่วไปมาดื่มน้ำที่ไหลออกมาจากฐานของศิวลึงค์ เพื่อสาบานตนแสดงความจงรักภักดีต่อกมรเตงชคตศรีขรีศวรนั้นที่หน้าบันภาวลัย
ศิวลึงค์เป็นรูปบูชาแทนพระศิวะ ซึ่งเป็นประมุขแห่งเทพเจ้าผู้สร้างและผู้ล้างโลก จึงถือว่าพระองค์เป็นผู้กำเนิดทุกสรรพสิ่งบนโลก เป็นผู้กำหนดโชคชะตาชีวิตของมนุษย์ทุกคน พระองค์ถือว่าการสิ้นสุดชีวิตคือการเกิดใหม่ และการเกิดใหม่คือการสิ้นสุดของชีวิต ในขณะที่พระอุมาที่เป็นพระชายาของพระศิวะนั้นถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตาและความโหดร้าย อยู่ที่พระองค์จะปรากฏกายในรูปแบบไหน เมื่อใด
เชื่อสายพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 1ทรงปกครองอาณาประชาราษฎรภายใต้แนวคิดเดียวกันนี้แผ่ขยายออกทั่วทั้งบริเวณที่เรียกว่าประเทศไทยและประเทศกัมพูชาภายใต้ลัทธิความเชื่อไศวนิกาย ซึ่งมีพระศิวะเป็นประมุขใหญ่และบูชารูปศิวลึงค์นี้มายาวนานนับพันปี ก่อนที่จะล่มสลายและถูกกลืนด้วยลัทธิของพระพุทธเจ้าในเวลาต่อมา
แม้จนถึงขณะนี้ทั้งคนกัมพูชาและคนไทยต่างก็เป็นพุทธบริษัทด้วยกันทั้งสิ้น ไฉนเราจึงจะต้องเอาตามที่คนฝรั่งเศสเชื้อสายโรมันที่อยู่ห่างไกลมาเป็นคนกำหนดเขตแดนและอธิปไตยระหว่างพวกเราทั้งสองประเทศ จนต้องมารบราฆ่าฟันกันได้ขนาดนี้เล่า
หรือว่าแท้ที่จริงแล้วเรากำลังเวียนว่ายมาต้องคำสาปของพระศิวะกันอีกครั้งแล้ว!!
MeusRecados.com - Recados e Imagens de Fadas para Orkut